วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

AI613_week11

AI613_week11_2/2/11
Web mining
เป็นการ Mining ผ่าน เว็บไซต์ทำให้สามารถติดตามพฤติกรรมของผู้ใช้งานในเว็บไซต์ต่างๆได้ ซึ่งช่วยทำให้วิเคราะห์ความต้องการหรือได้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ พฤติกรรมของผู้ใช้งานได้ ซึ่งเราสามารถ track รูปแบบการใช้งานเหมือนการแกะรอยเท้าซึ่งในที่นี้เราเรียกว่า “Click stream”   Web mining แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
      1.  Web Content Mining เป็นการดู Content ต่างๆ บนเว็บ ที่ผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์นั้นเข้ามาดู
      2. Web Structure Mining เป็นการดูว่าความน่าสนใจของการออกแบบเว็บนั้น จะสามารถทำให้ผู้เข้าชมจดจำ          
           URL หรือว่าเข้าสู่เว็บไซต์ผ่านทาง link
      3. Web Usage Mining เป็นการดูพฤติกรรมการเข้าชมเว็บไซต์ของลูกค้าว่า ดูส่วนไหนบ้าง จากตรงนี้เลือกดูอะไรต่อ

Four-stage model of IS/IT planning
     เป็นพื้นฐานในการพัฒนา portfolio of application โดยเป็นการทำให้สอดคล้องกันระหว่าง เป้าหมายของบริษัท กับ การสร้างความได้เปรียบจากคู่แข่ง โดยประกอบไปด้วยขั้นตอนดังนี้
1.       Strategic planning     คือ  การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแผนขององค์กร กับ แผน IT  โดยขั้นตอนนี้คือการระบุ application portfolio ของบริษัท ซึ่งอาจขยายรวมไปถึงขั้นตอนในการหา strategic information system(SIS) ที่บริษัทสามารนำไปพัฒนาเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันได้   และรวมไปถึงการประเมินสภาพแวดล้อมของธุรกิจในปัจจุบัน และวัตถุประสงค์และกลยุทธ์ในอนาคตของบริษัทด้วย ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
o    set IS mission
o    Access environment 
o    Access organizational objectives strategies
o    Set IS policies, objectives, strategies
2.       Organizational Information requirements analysis: ระบุข้อมูลที่ใช้ในการสร้างโครงสร้าง strategic information
o    Access organization's information requirements
o    Assemble master development plan 
3.       Resource allocation planning:แบ่งสัดส่วนระหว่าง IT application development resource กับ operational resource
o    develop  resource requirement plan
4.       Project planning : พัฒนาแผนงาน ตารางงาน และ resource ที่ต้องการ สำหรับ specific IS project
o    Evaluate project and develop project plans


ปัญจรัตน์ อุทัยพัฒน์    5202113196

วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

AI613_week10

AI613_week10_1/2/11
Enterprise System, Supply Chain Management, Enterprise Resource Planning
Enterprise System
    คือ ระบบหรือกระบวนการต่างๆ ที่ใช้ทั้งองค์กร เพื่อใช้ทรัพยากรต่างๆร่วมกัน เพื่อช่วยให้การทำงานสะดวก และมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะใช้ Database และ Data ร่วมกัน ซึ่งจะคอยจัดการระบบสารสนเทศ โดยรวมเอา Business Process หลักๆขององค์หารเข้ามารวมไว้เป็นหนึ่งเดียว
·         Enterprise System (ERP): ระบบจัดการริหารงานภายในขององค์กร เช่น Oracle ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังลูกค้าและผู้ขายได้ ด้วย
·         Customer Relationship Management (CRM): บริหารความสัมพันธ์ลูกค้า
·         Knowledge Management Systems (KM): บริหารงานภายในเพื่อพัฒนา องค์ความรู้ภายในองค์กร เช่น K-Business
·         Supply Chain Management (SCM): บริหาร Supply Chain ตั้งแต่ผู้ผลิตแรกจนถึงลูกค้า
·         Decision Support Systems (DSS): ช่วยในการตัดสินใจภายใน องค์กรแก่ผู้บริหาร เช่น ระบบส่งรถโดยคำนวณการใช้น้ำมัน การเดินทาง เพื่อให้ประหยัดน้ำมันมากที่สุด
·         Business Intelligence (BI): การบริหารความรู้ภายในองค์กร เช่น จัดการอบรม มีการรวบรวมจากอีเมล์หรือการสื่อสารระหว่างบุคคลกันเอง
Supply Chain Management
    นอกจากการบริหารภายในยัง ต้องประยุกต์ให้สามารถเชื่อมต่อกับบุคลากรภายนอกด้วยเพื่อมูลค่าสุงสุด เช่น Wal-mart มีสารสนเทศสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูล ระหว่างคู่ค้า ทำให้สามารถตรวจเช็คปริมาณที่จะต้องนำมาเติมสินค้าอัตโนมัติ
-           Warehouse Management System (WMS) บริหารสินค้าในคลัง เช่น จำนวน ที่วางสินค้า การเข้าออกของสินค้า ควบคุมความปลอดภัย
-          Inventory Management System (IMS)
-          Fleet Management system ระบบการบริหารการส่งของ สำหรับเช็คว่ามีการส่งของในแต่ละที่เท่าไหร่ + RFID ตรวจสอบการส่งของจริงอีกครั้ง เช่น ส่งของภาคเหนือ อาจแวะส่งของที่แต่ละจังหวัดก่อน ต้องเช็คการส่งในแต่ละจังหวัดด้วยว่าลงอะไร เท่าไหร่ ส่งข้อมูลกลับไปที่สำนักงานใหญ่
-          Vehicle Routing and planning คำนวณเส้นทางเดินรถขนส่ง เพื่อประหยัดน้ำมัน
-          Vehicle Based System บริหารจัดการรถบรรทุกในการตรวจสอบสถานะ สถานที่การเดินทางที่อยู่ปัจจุบัน เช่น ระบบ GPS ตรวจจับสถานที่ ระบบการวัดแอลกออล์
10 IT Trends for Logistics Supply Chain Management
    - Connectivity:   wireless network, Bluetooth, GPRS
    - Advanced Wireless: Voice & GPS
       สื่อสารด้วยเสียงและจีพีเอสเชื่อมรวมไปยังคอมพิวเตอร์ เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ได้
    - Speech Recognition:   การสั่งงานด้วยเสียง
    - Digital Imaging: การประมวลผลภาพดิจิตอล
        บริษัทขนส่งและกระจายสินค้าใช้กล้องดิจิตอลเชื่อมรวมกับคอมพิวเตอร์แบบพกพา
    - Portable Printing:   การพิมพ์แบบเคลื่อนที่
    - 2D & other bar-coding advances:   บาร์โค้ด 2 มิติ
    - RFID: คือ ชิฟที่แปะไว้ที่สินค้า บัตรทางด่วน เพื่อทำให้สะดวกต่อการนับสินค้า
       ทำให้เวลาขนส่งสินค้าไม่ต้องเสียเวลาในการนับ
    - Real Time Location System; RTLS ระบบแสดงตำแหน่งในเวลาจริง ทำให้รู้ว่าสินค้ามาที่โกดังตอนใด
    - Remote Management: ระบบแลนไร้สายเพื่อติดตามสินทรัพย์ของคลังสินค้าและโรงงาน
    - Security: ความปลอดภัยของอุปกรณ์และเครือข่ายไร้สาย เพื่อป้องกันการถูกขโมยข้อมูลต่างๆ

Enterprise Resource Planning (ERP) Systems
                Software เหล่านี้ ระบบเหล่านี้ มักจะนำมาใช้ทีละ module ค่อยๆนำมาใช้ โดยใช้ควบคู่ไปกับระบบเก่า เพื่อไม่ให้พนักงานต้องเรียนรู้มาเกินไป ค่อยๆปรับตัวได้ โดยตัวอย่างผู้ให้บริการระบบ ERP คือ SAP, Oracle เป็นต้น
                โดย Software เหล่านี้ถึงแม้จะมีประโยชน์ที่สูง แต่มักจะมีราคาที่แพง และก่อนที่นำมาใช้งานก็จะต้อง customize ให้เข้ากับระบบการใช้งานของบริษัทก่อน และก็มีค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงระบบอีกด้วย จึงทำให้บริษัทเล็กๆไม่ค่อยนิยมนำมาใข้งาน ซึ่งทั่วไปแล้ว บริษัทที่นำ ERP มาใช้ มักจะนำไปใช้กับ 3 ด้าน หลักๆคือ บัญชี ไฟแนนซ์ และสินค้าคงเหลือ

IT Hype Cycle

Augmented Reality
เทคโนโลยี AR ได้เริ่มมีการคิดค้นมาตั้งแต่ปี ค.. 2004 ปัจจุบันเทคโนโลยีเสมือนจริงถูกนำมาใช้กับธุรกิจต่างๆ เช่น อุตสาหกรรม การแพทย์ การตลาด การบันเทิง การสื่อสาร โดยใช้เทคโนโลยีความจริงเสมือนมาผนวกเข้ากับเทคโนโลยีภาพผ่านซอฟต์แวร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ และแสดงผลผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ทำให้ผู้ใช้สามารถนำเทคโนโลยีเสมือนจริงมาใช้กับการทำงานแบบออนไลน์ที่สามารถโต้ตอบได้ทันทีระหว่างผู้ใช้กับสินค้าหรืออุปกรณ์ต่อเชื่อมแบบเสมือนจริงของโมเดลแบบสามมิติ ที่มีมุมมอง 360 องศา โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องไปสถานที่จริง

Mobile OS
Mobile Operating System หรือ Mobile OS เป็น ระบบปฏิบัติการสำหรับใช้กับเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งโทรศัพท์มือถือที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนั้น มีอยู่หลายระบบปฏิบัติการด้วยกัน เช่น Symbian, IOS, Windows Mobile, Android ทั้งนี้ Mobile OS ถือเป็นตัวบ่งบอกว่าโปรแกรมเสริมอื่นๆ จะสามารถใช้งานร่วมกันได้หรือไม่
 
Video Telepresence
เทเลพรีเซ็นส์ คือ เทคโนโลยีที่พัฒนามาจากระบบวิดีโอคอนเฟอเร็นซ์ที่ได้มีการพัฒนาขึ้นในปีค.ศ.1960 และเริ่มใช้งานจริงในปีค.ศ.1980 ซึ่งโดยหลักการแล้ว เทเลพรีเซ็นส์ใช้เทคโนโลยีพื้นฐานเดียวกับวิดีโอคอนเฟอเร็นซ์ แต่มีความต่างขององค์ประกอบของระบบที่ชัดเจน 3 ด้าน คือ network technologies, conference hardware, conference software ซึ่งเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้ากว่าทำให้เทเลพรีเซ็นส์ให้ภาพที่สมจริงกว่า อรรถประโยชน์ที่สูงกว่า และการติดตั้งต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมการใช้งานที่เหนือกว่าวิดีโอคอนเฟอเร็นซ์

SOA
SOA (Service-Oriented Architecture) หมายถึง แนวคิดการออกแบบและวางโครงสร้างของซอฟต์แวร์ขององค์กรขนาดใหญ่ในลักษณะที่เอื้อให้ผู้ใช้สามารถหยิบเอาเฉพาะเซอร์วิส (Service) ที่ต้องการซึ่งเป็นองค์ประกอบของซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ มารวมกันเป็นแอพพลิเคชันใหม่ที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะอย่างได้อย่างยืดหยุ่น รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ตามหลักการของการนำกลับมาใช้ใหม่ (Reusability)


ปัญจรัตน์ อุทัยพัฒน์   5202113196

วันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2554

AI613_week9

Data Management II & Business Intelligence
Data Warehouse
·         รวบรวมและคัดกรองข้อมูลต่างๆ เข้าสู่ Metadata           
·         Data Staging (ETL) เป็นกระบวนการคัดกรองข้อมูลที่ต้องการโดยคัดลอกจาก Database มาเก็บไว้ใน Data Cube (Data Cube คือ Multidimensional Databases ที่เอาไว้เก็บข้อมูลที่ Transform แล้วจึงมา Load ลงที่นี่ เพื่อให้สามารถมองภาพของข้อมูลนั้นได้หลายมิติมากขึ้น จุดเด่นของ Data Cube คือ สามารถตัดแบ่งส่วนเพื่อเลือกข้อมูลที่ต้องการวิเคราะห์ได้ ทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่มีได้ในหลายมิติ หลายมุมมอง ทำให้เห็นปัญหาที่ชัดเจนขึ้นโดยใช้วิธี Slice (การตัดข้อมูลออกมาโดยมองในมุมมองของช่วงเวลา แต่มองสินค้าทุกชนิด) และ Dice (การตัดข้อมูลออกมาโดยมองในมุมมองของสินค้าชนิดหนึ่ง ในช่วงเวลายาวๆ)
·         Data Warehouse Business Subject 
·         Business Views อัพโหลดขึ้น dashboard เพื่อให้ผู้บริหารสามารถเรียกดูได้
·         Information Catalog สิ่งที่อยู่บน dashboard จะเป็นสารสนเทศในการวิเคราะห์
Data Mart
คือ ส่วนย่อยของ Data Warehouse โดยจะมีลักษณะเป็นคลังข้อมูลขนาดเล็กที่เก็บข้อมูลที่เฉพาะเจาะจง โดย Data Mart จะมีประโยชน์ที่เด่นชัดคือ การจัดทำคลังข้อมูลจะใช้เวลาสั้น และการนำไปประยุกต์ใช้ในเชิงวิเคราะห์ เพื่อการตัดสินใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามมุมมองที่ผู้ใช้ต้องการ
Business Intelligence (BI): เป็นโปรแกรมที่มีความสามารถในการทำ Online Analytical Process (OLAP) โดยรวมเครื่องมือในการทำงานต่างๆและ database เพื่อทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูล จัดการข้อมูลได้อย่าง interactive รวมถึงช่วยให้ผู้บริหารและนักวิเคราะห์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆได้อย่างดียิ่งขึ้น
Data Cleansing คือการแก้ปัญหา Consistency วิธีหนึ่ง เช่น หากเราพบว่า field ข้อมูลช่องหนึ่งหายไป เราอาจหาค่าเฉลี่ยของสองช่องข้างๆ มาใส่ลงไปแทน หรืออาจใช้วิธีอื่น ทั้งนี้ขึ้นกับว่าข้อมูลที่เราใช้มีลักษณะเป็นอย่างไรการกำจัด attribute ที่ไม่จำเป็นออกไป อาจเป็น attribute ที่ค่อนข้าง unique ของแต่ละบุคคล เช่น บ้านเลขที่ หมู่บ้าน ถนน แขวง เขต และจังหวัด เป็นต้น เนื่องจากมีความละเอียดมากเกินไปต่อการวิเคราะห์ข้อมูล โดยอาจแปลง (Transform) ข้อมูลจังหวัดเป็นภูมิภาค แล้วนำข้อมูลที่ได้จากการ transform นี้ไป Load ลงใน Data Cube
Data Mining   คือ การค้นหาสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน ก่อให้เกิดความเข้าใจและสามารถปฏิบัติลงมือทำได้ เป็นการทำให้ข้อมูลขององค์กรที่มีอยู่มากมายมหาศาลเกิดประโยชน์ขึ้นมาผ่านการวิเคราะห์ อย่างไรก็ตามการทำ Data Mining จะเกิดประโยชน์ก็ต่อเมื่อสามารถตีความ (Interpretation) หรือเข้าใจในผลลัพธ์ที่ออกมา
เทคนิคในการทำ Data mining1.Clustering : เป็นเทคนิคการลดขนาดของข้อมูลด้วยการรวมกลุ่มตัวแปรที่มีลักษณะเดียวกันไว้ด้วยกัน โดยมีเกณฑ์แบ่งตัวแปรนั้นออกเป็นกลุ่ม เช่น เพศ รายได้
2.Classification : เป็นกระบวนการสร้าง model จัดการข้อมูลให้อยู่ในกลุ่มที่กำหนดมาให้ ตัวอย่างเช่น จัดกลุ่มนักเรียนว่า ดีมาก ดี ปานกลาง ไม่ดี โดยพิจารณาจากประวัติและผลการรียน หรือแบ่งประเภทของลูกค้าว่าเชื่อถือได้หรือไม่ โดยพิจารณาจากข้อมูลที่มีอยู่ ซึ่ง model ที่สร้างนั้น จะเป็นตัวกรองข้อมูลต่างๆออกเป็นกลุ่มๆที่มีลักษณะแตกต่างกัน
3.Association : เป็นการค้นหาความสัมพันธ์ของข้อมูลจากข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีอยู่ เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ปรากฏการณ์ต่างๆ หรือมากจากการวิเคราะห์การซื้อสินค้าของลูกค้าเรียกว่า “Market Basket Analysis” ซึ่งประเมินจากข้อมูลในตารางที่รวบรวมไว้ ผลการวิเคราะห์ที่ได้จะเป็นคำตอบของปัญหา ซึ่งการวิเคราะห์แบบนี้เป็นการใช้ กฎความสัมพันธ์”(Association Rule) เพื่อหาความสัมพันธ์ของข้อมูล เช่น การใช้บริการเปิดบัญชีออมทรัพย์ มักมีการเปิดใช้บริการ ATM ด้วย
4.Sequence Discovery : เกิดผลตามหลัง
5.Prediction : เป็นการ Forecast ไปข้างหน้า

ปัญจรัตน์ อุทัยพัฒน์   5202113196

วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2554

AI613_week8

AI613_week8_12/1/11
Data Management
System: ระบบมีกระบวนการทำงานคือ input ผ่าน processออกมาเป็น output ต้องกำหนด Objective ก่อนว่าทำไปเพื่ออะไร ต้องการทำอะไรกับสิ่งเหล่านี้
Date VS Information: information ต่างจากdataคือ information เป็นข้อมูลที่ผู้รับข้อมูลจะมีส่วนได้ส่วนเสีย หรือได้รับประโยชน์จากข้อมูลนั้น โดยข้อมูลนั้นจะมีผลต่อพฤติกรรมและการตัดสินใจของผู้รับข้อมูล ในขณะที่data ไม่ส่งผลอะไร
ระบบสารสนเทศ(Information system)
ระบบสารสนเทศ คือ ระบบที่ผลิตสารสนเทศ ซึ่งแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ โดยระบบสารสนเทสนั้นทำหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆและนำข้อมูลไปประมวลผลหรือวิเคราะห์ เพื่อให้ได้สารสนเทศตามวัตถุประสงค์และนำเสนอแก่ผู้ที่ต้องการ  และทำการจัดเก็บบันทึกข้อมูลไว้เพื่อใช้ในอนาคตต่อไป
องค์ประกอบของสารสนเทศ 
·         Hardware
·         software
  • data
  • network
  • procedures
  • people
ปัญหาในการจัดการข้อมูล
1.       ข้อมูลกระจัดกระจายทำให้เกิดความซ้ำซ้อนของข้อมูล
2.       จำนวนข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
3.       การเลือกใช้เครื่องมือในการจัดเก็บข้อมูล
4.       ความปลอดภัย คุณภาพ
Data Life Cycle Process: ดูว่าข้อมูลเมื่อเริ่มเกิดขึ้นแล้วไปจบที่ตรงไหน เช่น เมื่อมีข้อมูลเกิดขึ้นแล้ว ข้อมูลจะถูกเก็บไว้ที่ database ก่อนที่จะถูกนำไปเก็บไว้ที่ data warehouse ตามวัตถุประสงค์หรือ format ที่องค์กรต้องการ จากนั้นผู้ใช้ข้อมูลสามารถเข้าไปใช้ข้อมูลจาก data warehouse เพื่อใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์ได้

ปัญจรัตน์ อุทัยพัฒน์ 5202113196

วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553

AI613_week7

AI613_week7_21/12/10
M-Commerce
M-Commerce คือ การค้าขายตามแนวคิดของระบบการค้าอีเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) หมายถึงการซื้อ-ขายสินค้าและบริการโดยผ่านอุปกรณ์ไร้สายเช่น โทรศัพท์มือถือ หรือ PDAs (Personal Data Assistants) โดยการเริ่มต้นของการสื่อสารไร้สาย (wireless communication) เป็นสิ่งที่นำไปสู่บริการข้อมูลแบบไร้สาย (wireless data services) ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำธุรกิจแบบ M-Commerce หากอุปกรณ์ไร้สาย อินเตอร์เน็ตและ เทคโนโลยีข้อมูลและการสื่อสาร (ICT) มาบรรจบกันอย่างต่อเนื่องการเข้าสู่อินเตอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์และเครือข่าย ไร้สายจะเกิดขึ้นได้ในทุกพื้นที่ที่มีเครือข่ายครอบคลุมถึง M-Commerce ก็คือการใช้ SMS (short messaging service) ผ่านทางระบบของโทรศัพท์มือถือ เพื่อทำการชำระเงิน บริการทางการเงิน บริการข้อมูลและการบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) เป็นต้น SMSได้กลายเป็นรูปแบบที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในการใช้ M-Commerce
·        Value Added Attributes that Drive Development of M-Commerce
Ubiquity: มีอยู่ทั่วไป ทุกหนทุกแห่ง ใช้ได้ทุกที่ ทำให้เกิดความรวดเร็วฉับพลัน (Immediacy) ไม่ว่าผู้บริโภคจะกำลังทำกิจกรรมอะไร กำลังทำงานเดินทาง เข้าสังคม หรือช็อปปิ้ง M-Commerce ก็ทำให้พวกเขาสามารถซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ ตามความต้องการได้ทันที ผ่านอุปกรณ์สื่อสารที่อยู่ในมือ
Convenience:   สะดวกในการเชื่อมต่อ Internet เพราะปัจจุบันมีบริการ hot spots อยู่ทั่วไป และมีความสะดวกในการพกพาข้อมูล (Data portability)ผู้ใช้สามารถจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า ที่อยู่ บริษัทและข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหาร โรงแรม ธนาคาร รายละเอียดเกี่ยวกับบัตรเครดิตการ์ดและการใช้จ่ายเงินรวมถึง ข้อมูลการประกันและสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ตลอดเวลาที่ต้องการซื้อหรือทำการติดต่อ จากโทรศัพท์มือถือ
Personalization:   การเข้าถึงผู้ใช้ที่เฉพาะเจาะจง (Localization) การใช้เทคโนโลยีที่สามารถระบุตำแหน่ง เช่น GPS (Global Positioning System) ทำให้บริษัทสามารถทราบข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้มือถือ เช่น ที่พักอาศัย ที่ทำงาน และสามารถเสนอสินค้าหรือบริการที่เฉพาะเจาะจง หรือเหมาะกับสถานที่ที่พวกเขาอยู่ได้
·        Mobile Computing Infrastructure
-          WAP (Wireless Application Protocol) – a set of standards designed to extend Internet services to mobile phones, pagers, and PDAs
-          Markup languages: WML, XHTML
-          Mobile development: .NET compact, Java ME, Python
-          Mobile Emulators
-          Microbrowsers: Android, Safari, IE mobile, Firefox mobile
-          HTML5

IT Hype Cycle
·        Mobile Robot   คือ หุ่นยนต์ที่สามารถเคลื่อนไหวและเคลื่อนที่ได้ เช่น หุ่นยนต์ที่ใช้ในการสำรวจดวงจันทร์ขององค์กรนาซ่า หุ่นยนต์สำรวจใต้ภิภพหรือหุ่นยนต์ที่ใช้ในการขนถ่ายสินค้า ซึ่งหุ่นยนต์ที่สามารถเคลื่อนไหวได้นี้ ถูกออกแบบลักษณะของโครงสร้างให้มีขนาดเล็กและมีระบบเคลื่อนที่ไปมา รวมทั้งมีแหล่งจ่ายพลังสำรองภายในร่างกายของตนเอง แตกต่างจากหุ่นยนต์ที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ไปมาได้ ซึ่งจะต้องมีแหล่งจ่ายพลังอยู่ภายนอก ในการควบคุมหุ่นยนต์ให้เคลื่อนที่ได้โดยการใช้รีโมท และการควบคุมด้วยรีโมทนี้อาจมีทั้งควบคุมแบบใช้สาย และไร้สาย ในการควบคุมแบบไร้สายจะใช้คลื่นวิทยุ (Radio waves) หรือใช้การควบคุมโดยแสงอินฟาเรด (Infrared)
·        Virtual World   คือ การจำลองสภาพแวดล้อม ที่สามารถตอบสนองต่อการใช้งานของผู้ใช้หลายคน พร้อมๆ กัน ผ่านเครือข่ายออนไลน์ นั่นหมายความว่า โลกเสมือนจะต้องรองรับ การใช้งานของผู้ใช้ได้ตลอดเวลา (24 ชั่วโมงต่อวัน) อย่างไรก็ตามโลกเสมือนจะมีคุณลักษณะทั่วไป 6 ข้อดังนี้
                1. Share Space : ผู้ใช้หลายคนสามารถเข้าไปยังสถานที่ ต่างๆ ได้ในเวลาเดียวกัน
                2. Graphical User Interface : โลกเสมือนจะใช้ภาพใน การนำเสนอ โดยอาจจะเป็นภาพ 2 มิติหรือ 3 มิติก็ได้
                3. Immediacy : มีการตอบสนองเกิดขึ้นทันที
                4. Interactivity : ผู้ใช้สามารถสร้าง พัฒนาและเปลี่ยนแปลง ข้อมูลที่ต้องการในโลกเสมือนได้เอง
                5. Persistence : สถานที่หรือข้อมูลต่างๆ ในโลกเสมือน จะยังคงมีอยู่ต่อไป ถึงแม้ว่าผู้ใช้จะไม่ได้ log in เข้าสู่ระบบ              
                6. Socialization/Community: ส่งเสริมให้เกิดการรวม กลุ่มของผู้ใช้เป็นสังคมย่อยๆ เช่น ทีม คลับ เพื่อนบ้าน เป็นต้น
·        E-book Reader   คือ อุปกรณ์ที่ใช้อ่านหนังสืออิเลคทรอนิคส์หรือ E-Book ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย สะดวกในการพกพา และสามารถอ่านได้ทุกที่ แทนที่หนังสือกระดาษที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยมีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลจากหนังสือต่างๆ ให้อยู่รูปของตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง ลักษณะที่ตอบโต้กันได้ (Interactive) และการเชื่อมโยงแบบไฮเปอร์เท็กซ์ สามารถทำบุ๊คมาร์กและหมายเหตุประกอบตามที่ผู้ใช้ต้องการได้
E-Reader ในปัจจุบันมีระบบการแสดงผลอยู่สองแบบคือ
1. LCD   ระบบแสดงผลแบบ LCD นี้ จะคล้ายกับ Notebook หรือ Tablet PC ทั่วไป ซึ่งจอ LCD มันจะประกอบไปด้วยหลอดไฟเล็กๆ ที่แสดงสีต่างๆ ให้เห็น สามารถแสดงรายละเอียดสีได้สวยงาม แต่การใช้งานจอ LCD สามารถทำให้สายตาล้าได้ง่าย
                2. E Ink   เทคโนโลยีการแสดงภาพที่เลียนแบบหยดหมึกบนกระดาษ ทำให้สามารถจ้องมองจอภาพได้นาน โดยไม่  
              ทำให้สายตาล้า แต่ E Ink ก็มีข้อจำกัด เนื่องจากไม่ได้ใช้หลอดไฟเล็กๆ แบบจอภาพทั่วไป จึงต้องอาศัยแสงจาก
              ภายนอกเพื่อให้เห็นภาพ เช่นเดียวกับการอ่านหนังสือจากกระดาษจริงๆ ที่ต้องอาศัยแสงอาทิตย์หรือแสงจาก
              หลอดไฟช่วยในการอ่าน